หนังเมพ! Insect in the Backyard
posted on 04 Apr 2011 13:33 by madeeggfddพี่ช่อ เรียน Global Politics พี่ Mary เรียน Film Study ถ้าจำไม่ผิดนะ แล้วก็พี่บี จำไม่ได้ว่าเรียนอะไร แต่พี่เค้าเป็นสาวประเภทสองน่ะแหละนะ
edit @ 7 Apr 2011 00:19:27 by นิค
edit @ 7 Apr 2011 00:19:27 by นิค
edit @ 26 Mar 2011 09:06:21 by นิค
6 ตุลาคม 2519 เป็นวันที่ฉันจะต้องจดจำไปตลอดจนชั่วชีวิต มันเป็นวันแห่งความทารุณโหดร้าย และป่าเถื่อนอย่างที่สุด
ฉันยังจำได้ดี ถึงเสียงปืนที่ดังสนั่นนับร้อยชุดยังจำได้ดีถึงเสียงระเบิดนับสิบๆลูกเสียงร้องครวญครางของเพื่อน ๆ ต่อหน้าฉันในธรรมศาสตร์กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งตามกำแพงของตัวตึกในมหาวิทยาลัยมีแต่รอยมือที่เปื้อนเลือดทางเดินมีแต่รอยเลือดหยดสมุดหนังสือ และแฟ้มเรียน รวมทั้งย่ามสะพายตกอยู่เกลื่อนกลาดกลางสนามฟุตบอล กองเสื้อผ้า กองร้องเท้า และท้ายสุดคือกองศพของเพื่อน ๆ ที่เจ้าหน้าที่ลากมากองรวมกันไว้กลางสนามฟุตบอล ท่ามกลางนักศึกษาและประชาชนที่ถูกบังคับให้ถอดเสื้อ และนอนควํ่าหน้าอยู่กลางสนาม
การชุมนุมของนักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วกรุงเทพฯเพื่อต่อต้านการกลับมาของจอมพล ถนอม กิตติขจร และเพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวฆาตกรที่ฆ่าประชาชนอย่างทารุณ โดยการแขวนคอ 2 ศพ ที่จังหวัดนครปฐม ทุกครั้งที่มีการชุมนุมเพื่อต่อสู้และท้วงติงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม การชุมนุมของเราก็จะถูกกล่าวหาว่าก่อความวุ่นวายทุกครั้งในตอนจบ เพราะก่อนจบการชุมนุมทุกครั้งของพวกเรานั่นหมายถึงว่าได้มีการขว้างระเบิด มีการยิง มีการปล่อยงูพิษ จนมีคนบาดเจ็บล้มตายเกือบทุกครั้งที่ชุมนุมกันในระยะหลัง
ระเบิด 2 ลูกแรกในเวลา 2 นาฬิกาของเช้าวันที่ 6 ตุลาคม ด้านประตูท่าพระจันทร์ ทำให้เพื่อนๆที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยในขณะที่มีการชุมนุมต้องล้มตายและบาดเจ็บทันที 7 คน ฉันและเพื่อน ๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณหน้าเวทีของสนามฟุตบอลก็ยังนึกว่าเป็นการขว้างระเบิดแบบธรรมดาที่มีการขว้างกันทุกครั้งใส่ในที่ชุมนุม ทุกคนตกใจ แต่ก็ยังร้องเพลงร่วมกันด้วยเสียงที่ก้องกังวานของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หลังจากนั้น ทางตัวแทนนักศึกษาก็เรียกประชุมด่วน หลังจากประชุมเสร็จก็มีการตกลงว่าจะต้องมีการเจรจากับรัฐบาล ทางตัวแทนนักศึกษาโดยนายสุธรรม แสงประทุม และผู้แทนนักศึกษาอีก 6 คนก็เดินทางไปพบและเจรจากับรัฐบาล มรวเสนีย์ ปราโมช ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่จะตัดสินใจจัดการอย่างใดอย่างหนึ่งลงไปได้ แต่ก็ปรากฏว่าทางรัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย
ประชาชนและนิสิตนักศึกษายังคงชุมนุมกันต่อไปตามมติของที่ชุมนุมที่ว่า เราจะสู้ แม้เราจะต้องเสียชีวิตก็ตาม เพราะเราไม่มีทางเลือก เราไม่มีอะไรจะต้องสูญเสียอีกต่อไปแล้ว” ซึ่งเป็นคำพูดที่พวกเราในที่ชุมนุมตระหนักดีในขณะนั้นว่ามันหมายถึงอะไร เมื่อนายธงชัย วนิจจะกุล กล่าวประโยคนี้จบตามมติของที่ชุมนุม ก็มีการตบมือและร้องเพลงกันอย่างมีพลังที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นเวลาที่เรารอคอยการกลับมาของตัวแทนของเราที่ไปเจรจากับรัฐบาล
เวลาประมาณ 4 นาฬิกาตอนเช้าตรู่ของวันที่ 6 ตุลาคม ขณะที่พวกเรากำลังรวมกันอยู่ในสนาม ก็ได้มีเสียงปืนยิงเข้ามาในสนามฟุตบอลนับสิบ ๆ นัดจากด้านประตูใหญ่ด้านหน้า และด้านพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พวกเราไม่มีอาวุธ จะมีอยู่บ้างก็เป็นเพียงแต่ปืนพกหรืออย่างมากก็ปืนพกสั้นขนาด.38พวกเราขณะนั้นมีจำนวนประมาณ 5000 คน ส่วนใหญ่มีแต่สองมือเปล่าเท่านั้น เนื่องจากกระสุนที่ยิงเข้ามามีหลายทาง และพวกเราก็หมอบกันอยู่ในกลางสนาม เราจึงมีการจัดผู้หญิงเข้าไปอยู่ตามอาคารเพื่อความปลอดภัย และเพื่อความสะดวกของฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่จะได้รู้ว่า มีใครเข้ามาปะปนกับผู้ชุมนุมทางใดบ้าง แต่ก็ยังเหลือผู้ที่ชุมนุมอยู่ในกลางสนามหญ้าหน้าเวทีอยู่อีกเป็นจำนวนมาก
ในเวลาประมาณ 6.00 น. ตอนเช้าเป็นเวลาที่ผู้ชุมนุมในธรรมศาสตร์ได้รับรู้ข่าวจากสถานีวิทยุยานเกราะว่านายสุธรรม แสงประทุมและคณะอีก 6 คนได้ถูกจับแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่ถูกล้อมและยิงเข้ามา สภาพภายในธรรมศาสตร์สับสน เรารู้แต่ว่าขณะนี้เราถูกล้อมโดยตำรวจและทหาร จากเสียงปืนแสดงได้ว่าไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดาเช่นทุกครั้ง และจากการที่นายสุธรรมและคณะถูกจับ ทำให้พวกเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แต่เราก็ยังคงคาดสถานการณ์ภายนอกไม่ถูกอยู่นั้นเอง ว่าทหารตำรวจมาล้อมธรรมศาสตร์ตามประสงค์กว้างและลึกแค่ไหน และมีจำนวนเท่าใด
จากกระสุนที่ยิงเข้ามาอย่างหนักและถี่มากขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เราหาทางที่จะพาคนบาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลโดยทางประตูท่าพระจันทร์ แต่เราก็ต้องพบกับตำรวจนํ้าที่รออยู่แล้วยิงใส่ทันที ผลให้ผู้บาดเจ็บอยู่แล้วเสียชีวิตลงทันที 3 คน จากนั้นนักศึกษาบางส่วนก็พยายามหนีเพื่อเอาตัวรอด โดยวิ่งหนีออกทางประตูท่าพระจันทร์ บางส่วนก็สามารถผ่านมาได้ และวิ่งหนีเข้าไปในวัดพระธาตุ ก็มีพระชราองค์หนึ่งที่มีกุฏิอยู่ในวัดพระธาตุ ได้ช่วยพาพวกเราหลายคนไปหลบซ่อน แต่เนื่องจากขณะที่พวกเราวิ่งหนีผ่านทางเดินเล็ก ๆ ทางตลาดท่าพระจันทร์เข้าวัดพระธาตุนั้น ได้มีพลเมืองดีไปแจ้งความกับทหารตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น เพื่อนของฉันที่หนีได้โดยพระชราองค์นั้นเล่าว่าพวกเขามาอยู่ในวัดได้ไม่ถึง 10 นาที ก็มีทหารตำรวจเข้ามาค้นในวัดพระธาตุเต็มไปหมด และพวกที่หนีมาทั้งหมดที่อยู่ในวัดพระธาตุเกือบ 10 คนถูกจับเอาตัวไป ยกเว้นเพื่อนของฉันกับเพื่อน ๆ ของเขาอีก 3 คนที่พระชราพาไปซ่อนใต้เพดานโบสถ์ และจัดการหาเสื้อผ้าของเด็กวัดมาเปลี่ยนให้ จนทั้ง 4 คนปลอดภัย
ข้างในธรรมศาสตร์ยังถูกยิงอย่างหนักและเริ่มมีระเบิดสังหารขว้างเข้ามา ประตูทางด้านท่าพระจันทร์ไม่สามารถจะผ่านออกไปได้เนื่องจากมีประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่อย่างหนาตา เสียงปืนยังคงดังอยู่ตลอดเวลา นักศึกษาบางส่วนที่มีอาวุธเช่นปืนพกขนาดเล็กก็พยายามหาเป้าที่จะยิงออกไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะผู้ชุมนุมอยู่ในวงล้อมเป็นการยากที่จะมองเห็นผู้ที่ยิงเข้ามาได้ชัดเจน เนื่องจากมีตัวตึกหลายตึกบังอยู่ นักศึกษาและประชาชนทั้งที่บาดเจ็บและไม่บาดเจ็บบางส่วน ก็พยายามที่จะพากันออกไปทางประตูเล็กหลังธรรมศาสตร์ โดยการว่างนํ้าเลียบฝั่งไปบ้าง
เวลาประมาณ 8.30 น. ในขณะนั้น ฉันยังอยู่ที่ด้านตึกบัญชีกับเพื่อน ๆ จึงทำให้มองเห็นตึกพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งโรงละคอนแห่งชาติได้ชัดเจน ได้มีการยิงปืนเข้ามาอย่างหนัก พร้อมทั้งขว้างระเบิดเข้ามาติดกันหลายลูก ฉันและเพื่อน ๆ อีกหลายคนมองเห็นกระบอกปืนยาวและใหญ่พอสมควร พวกเราไม่มีความรู้เรื่องอาวุธจึงไม่ทราบว่ามันเรียกว่าอะไร เราเห็นแต่กระบอกปืนยาวใหญ่ สีดำ โผล่พ้นออกมาตามหน้าต่าง และมุมตึกชั้นบนสุดของตึกโรงละคอนและตึกพิพิธภัณฑ์อย่างชัดเจนถึง 4 แห่ง ฉันรู้สึกว่าคนที่อยู่บนตึกนั้นคงไม่ใช่น้อยน้อยเลยทีเดียว มองเห็นปากกระบอกปืนที่ส่ายไปมาและสองหูของฉันเต็มไปด้วยเสียงอื้ออึงของกระสุนปืนและเสียงระเบิดที่ดังขึ้นติดต่อกันอย่างน่ากลัว ฉันเห็นคนในสนามฟุตบอลล้มลง ในเวลาเดียวกันหลายสิบคน เสียงกรีดร้องของพวกเราที่อยู่บนตึกจากนั้นก็มีเสียงคนวิ่ง และฉันเองก็วิ่งด้วย เข้าไปกลางสนามฟุตบอลด้วยความรู้สึกที่คลั่งแค้น เพื่อน ๆ หลายคนที่วิ่งลงไปก่อนหน้าฉันได้ล้มลงอีกนับสิบคน จากกระสุนปืนที่ร้ายแรงและระเบิดที่ถูกขว้างตามติดกันมานับสิบลูก
ฉันยืนนิ่งตะลึกอยู่ตรงของสนามนั่นเอง ฉันยังจำได้ดีถึงเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ผู้หญิงคนหนึ่งถูกระเบิดหรือกระสุนไม่ทราบ ได้รับบาดเจ็บในครั้งแรก เธอพยายามกระเสือกกระสนที่ช่วยเพื่อนข้าง ๆ ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์ที่มองเห็นเพื่อนในสนามล้มลง ด้วยความโกรธแค้นที่พลั่งพรูออกมา จนพวกเขาไม่สามารถระงับความรู้สึกได้ ต่างก็วิ่งกรูกันลงไปในสนามพร้อมทั้งฉันเองด้วย ทุกคนร้องไห้ ในหน้ามีแต่นํ้าตา เพื่อที่จะตรงเข้าไปช่วยเหลือเพื่อน ๆ ที่กลางสนามโดยมิได้คิดถึงความปลอดภัยของตนเอง ในขณะนั้นก็เป็นเวลาที่เสียงปืนระเบิดได้กระหนํ่าลงมาอีกซํ้าสอง ทำให้ผู้หญิงคนแรกที่ฉันมองเห็น ซึ่งเธอพยายามจะคลานไปหาเพื่อน ฟุบลงทันทีเพื่อนผู้หญิงบางคนร้องไห้เหมือนคนไร้สติด้วยความตกใจ บางคนตามตัวมีแต่เลือด ชายคนหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นนักศึกษา ซอยผมสั้น ใส่เสื้อสีดำ และกางเกงยีนสีเก่าๆซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยตรงบริเวณหอใหญ่ ถูกกระสุนที่ท้องเป็นรูใหญ่มากเลือดเปรอะอยู่ตามตัวและบริเวณท้อง ฉันมองเห็นนักศึกษามหิดลคนหนึ่งที่ฉันรู้จักที่แขนมีผ้าปลอกแขนที่แสดงว่าเป็นหน่วยพยาบาลเช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีการชุมนุม เขาจะใส่ปลอกแขนอันนี้และมาร่วมชุมนุม ฉันเห็นเขาวิ่งมาพาคนที่ถูกกระสุนปืนนี้ ส่งผ้าสีขาวให้ผืนหนึ่ง ซึ่งเมื่อฉันไปดูศพในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 7 ตุลาคมที่ รพตำรวจ ก็พบศพของชายคนนี้) มือยังกำผ้าสีขาวเอาไว้แน่น และจุกผ้าเอาไว้ตรงท้องตรงบริเวณที่ถูกกระสุนเป็นรูใหญ่ จนผ้าสีขาวผืนนั้นชุ่มไปด้วยเลือดพร้อมกับร้องไห้ เมื่อฉันรำลึกถึงชายคนนั้นและคำพูดของเขาในขณะที่เขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แต่กลับไม่สนใจตัวเองหันกลับมาไล่ฉันและเพื่อน ๆ ให้รีบหลบไป เขาพูดว่า หลบไปซิผู้หญิงนี้แหละหลบเข้าไปในตึกก็ได้เร็วซิไม่ได้ยินเหรอ
จากนั้น ฉันและเพื่อน ๆ ก็ถูกลากถูลู่ถูกังออกมา สภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นมีแต่คนวิ่งสับสนไปหมด ฉันเองถูกชายคนหนึ่งลากออกมาพร้อมกับเพื่อน ๆ อีก 6 คน มาทางประตูตรงร้านขายของ ด้านหลังธรรมศาสตร์ แล้วก็โดดนํ้าว่ายบ้างลากกันไปบ้าง เลียบฝั่งออกมาทางสะพานพระปิ่นเกล้า ในขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 9.30 น. เมื่อเราว่ายนํ้าไปสักระยะหนึ่งจนถึงมุมรั้วบ้านใครก็ไม่ทราบตรงใกล้จะถึงสะพานพระปิ่นเกล้าก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ช่วยดึงพวกเราขึ้น พวกเราหลายคนตกใจเข้าใจว่า เจอตำรวจอีกแล้ว” หลายคนทำท่าจะดำนํ้าหนี แต่พอได้ยินเสียงตำรวจบอกว่า ขึ้นมาเร็ว ๆ ซิคุณ”และเสียงชาวบ้านที่ว่า หนูขึ้นมาเร็วเข้ามานี่มาจะพาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” พวกเราค่อยใจชื้นขึ้นหน่อย นํ้าตาหายปนกับสายนํ้าไปหมดแล้ว เหลือแต่อาการเซ่อ ๆ และตาแดง ๆ เท่านั้น ใครจะถอดเสื้อผ้าให้ ใครจะส่งเสื้อผ้าให้ ก็ใส่ลงไปทั้งนั้น ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จ บางคนหน้าตาก็ไม่ยอมเช็ด ผมก็ไม่ยอมหวีและเช็ด คำขอบคุณก็ลืมขอบคุณแก่ชาวบ้าน ต่างก็พากันวิ่งออกไปทางด้านสะพานพระปิ่นเกล้า ซึ่งมีประชาชนอยู่หนาแน่นมาก ฉันและเพื่อน ๆ วิ่งไปจนถึงด้านหน้าประตูมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อยู่เต็มไปหมด พร้อมทั้งประชาชนแน่นมาก สนามหลวงล้นหลามไปด้วยฝูงชนเสียงปืนเสียงระเบิดยังคงดังอยู่ เรามองเห็นควันไฟด้านกลางสนามหลวง พอวิ่งไปดูถึงพบว่าคือศพของนักศึกษา 5คนที่ถูกเผา แต่เพิ่งจะไหม้ไปได้นิดเดียวเท่านั้น คือตรงกลางบริเวณลำตัว ศีรษะ แขนและขายังไม่ไหม้เลย ส่วนสภาพศพนั้นถูกจับกองรวมกันแล้วเผา เมื่อสอบถามคนตรงนั้นก็ได้ความว่า ทั้ง 5 คนนี้ เดินชูมือออกจากมหาวิทยาลัยฯทางด้านประตูใหญ่ พอก้าวพ้นประตูออกมาก็ถูกยิงสวนออกไปทันทีจากฝูงชนที่ออกันอยู่หน้าประตู ถูกคนหนึ่งล้มลงได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่เหลืออีก 4 คนถูกรุมซ้อมอย่างทารุณ คนแรกที่ถูกยิงก่อน ถูกซ้อมจนสลบและนำไปตอกลิ่มด้วยตะปูตัวใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นการเตรียมกันมาแล้ว)ตามที่ได้มีรูปลงหนังสือพิมพ์กันโดยทั่วไป สำหรับอีก 4 คนถูกรุมเตะต่อย เอาเก้าอี้ฟาดทั้งตัว 2 คนถูกนำไปแขวนคอตรงต้นมะขาม พร้อมทั้งเอามีดกรีดตามตัว หนึ่งในสองคนนี้เป็นเด็กของกลุ่มบูรณะชนบท แต่ทั้งสองคนที่ถูกแขวนคอนี้ ทางเจ้าหน้าที่และทางรัฐบาลได้แถลงต่อสื่อมวลชนว่าเป็นญวน ที่จะเข้ามาก่อวินาศกรรม เนื่องจากว่าถามแล้วว่าชื่ออะไรมาจากไหน แต่ทั้งสองคนไม่ยอมตอบเพราะพูดไทยไม่ได้ ประชาชนจึงรุมประชาทัณฑ์ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถที่จะห้ามปรามประชาชนได้
หลังจากนั้น ก็ได้มีทหารพลร่ม ทหารป่าหวาย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งฉันไม่ทราบว่ามาจากที่ใดบ้าง เพียงแต่เห็นว่ามากันเต็มไปหมด เป็นสิบคันรถ ประชาชนส่วนหนึ่งซึ่งเป็นลูกเสือชาวบ้าน เพราะทุกคนมีผ้าพันคอ) ที่ยืนอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่รุมประชาทัณฑ์ ศพและเผากลางสนามหลวง) ต่างก็โห่ร้อง โบกมือให้เจ้าหน้าที่ทหารและต่างก็ตบมือเชียร์กันใหญ่เป็นที่ครึกครื้น
เมื่อลงจากรถและรวมกันเป็นกลุ่มแล้ว ทหารหน่วยนี้ต่างก็แยกย้ายกัน บ้างก็เข้าไปในธรรมศาสตร์จนเต็มไปหมด บ้างก็เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ทหารเดินหายไปในพิพิธภัณฑ์กลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ท่ามกลางเสียงระเบิดและกระสุนที่สาดเข้าไปในธรรมศาสตร์อย่างนับไม่ถ้วน เพื่อนของฉันซึ่งสามารถปนไปกับกลุ่มนักข่าวและกลุ่มตำรวจ ได้ตามขึ้นไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ ขึ้นไปอยู่บนตัวตึกตรงบริเวณที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ตั้งปืน และใช้เป็นกองบัญชาการด้วย เขาเล่าให้ฟังว่า ได้มีนักศึกษากลุ่มหนึ่ง เดินชูมือกันออกมาจากตึก เดินเข้ามากลางสนาม เพื่อจะมาที่หน้าหอใหญ่ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ นักศึกษาประมาณ 60 คน ทุกคนชูมือออกมา แต่ในขณะที่กำลังเดินออกมานั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้นมาหนึ่งนัด เป็นเสียงปืนในธรรมศาสตร์ แต่ไม่ใช้จากคนกลุ่มนี้ เพราะเนื่องจากทุกคนเดินอยู่กลางสนามและชูมือด้วย เมื่อสิ้นเสียงปืนเพียงนัดเดียว เพื่อนของฉันเล่าถึงความบ้าระหํ่าของเจ้าหน้าที่ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่ายปากกระบอกและสาดกระสุนพร้อมทั้งระเบิดเข้าไปอย่างนับไม่ถ้วน จนทั้งกลุ่มล้มลงหมดในพริบตาเดียว” เพื่อนของฉันยังบอกว่า เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ว่าเจ้าหน้าที่จะทำถึงขั้นนี้ แต่เขาก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่เขาได้เล่ามาแล้วนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ” หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็กรูกันเข้าไปในธรรมศาสตร์ ตรงเข้าไปจับคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นก็เริ่มเคลียร์ตามตึกด้วยปากกระบอกปืน เสียงปืนยังคงดังอยู่เป็นระยะ ๆ เมื่อจับได้เชลยแล้ว ก็เอามารวมกันไว้กลางสนาม เพื่อรอรถที่จะมาขนเอาไป ในช่วงนี้เองที่ได้มีประชาชนนับร้อยได้กรูกันเข้าไปในธรรมศาสตร์ทางด้านประตูใหญ่ ซึ่งรวมทั้งตัวฉันเองด้วย เนื่องจากการที่เจ้าหน้าที่มัวแต่สนุกอยู่กับการจับนักศึกษามาถอดเสื้อถอดผ้ากลางสนาม เจ้าหน้าที่ข้างนอกก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันถึงชัยชนะที่เขาแน่ใจในวินาทีนั้นว่า เขาสามารถปราบนักศึกษาและประชาชนลงได้ จนไม่มีใครสนใจที่จะห้ามประชาชนที่เข้าไป
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกเราที่เข้าไปในตอนนั้นก็คือ ภาพที่นักศึกษานับพันคนนอนควํ่าหน้าอยู่กลางสนาม ทุกคนถูกจับถอดเสื้อ ถอดรองเท้า แม้แต่ผู้หญิงก็ไม่ละเว้น เสื้อผ้าและรองเท้ากองกันอยู่ทางหนึ่งเป็นกองโต แล้วพวกเขาก็เริ่มจุดไฟเผาหลักฐานเหล่านี้ แต่พอดีฝนตกซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 11.30 น. ของเหล่านี้จึงไหม้ไปนิดหน่อยเท่านั้น) ตำรวจและทหารเดินถือปืนเข้าไปท่ามกลางประชาชนที่นอนอยู่กลางสนาม บางทีก็เหยียบหลังคนที่นอนอยู่ บางทีก็ข้ามไป อีกมุมหนึ่งของสนามก็เป็นกองศพที่ถูกลากมารวมกันเป็นกองโตมากกว่า 30 ศพ หลังจากนั้น ก็มีรถเข้ามาเตรียมขนนักศึกษา ประชาชนที่ถูกจับออกไป และมีรถโฟลค์ตู้ซึ่งเป็นรถพยาบาล เพราะมีตรากาชาดสีแดงติดอยู่ด้านข้าง รถคันนี้เป็นรถที่บรรทุกศพทั้งหมดที่เห็นเป็นกอง ๆ ออกไป โดยการเรียงศพแบบสลับหัวสลับหาง พอหลังจากนั้น ตำรวจคงจะเพิ่งคิดขึ้นได้ว่า ประชาชนได้เห็นอะไรกลับไปบ้าง จึงเปลี่ยนแนวของกระบอกปืนมาไล่พวกเราที่เข้าไปยืนดูอยู่ในธรรมศาสตร์ เพื่อที่จะให้ออกมาด้านหน้าประตูใหญ่อย่างเดิม
ศพของชายคนนั้นที่กล่าวแล้วข้างต้น ที่ถูกกระสุนปืนที่ท้อง และกำผ้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดสีขาวปิดอยู่ตรงบาดแผลอีกศพหนึ่งเป็นศพของนักศึกษามหิดล เพราะมีชื่อนามสกุล และสถาบันติดอยู่เนื่องจากมีญาติมาดูแล้ว) สภาพศพนั้น มันสมองบริเวณศีรษะด้านหลังกระเด็นหายไป เหลือแต่ศีรษะตั้งแต่คิ้วลงมาเท่านั้น
ฉันมองดูสภาพศพเหล่านี้ พร้อมกับคิดว่า นี่หรืออาวุธที่ทางเจ้าหน้าที่ประกาศว่า ใช้ป้องกันตัว เนื่องจากนักศึกษาในธรรมศาสตร์มีอาวุธร้ายแรงกว่าเจ้าหน้าที่
ฉันหวนนึกถึงบทเพลงบทหนึ่ง ที่มีเนื้อร้องว่า
“...ถ้าหากฉันเกิดเป็นนก จะขอเกิดเป็นนกพิราบสีขาว เพื่อเป็นสื่อนำแห่งสันติภาพ
ถ้าฉันเกิดเป็นดอกไม้ จะขอเกิดเป็นดอกทานตะวัน ประดุจความสว่างและมีนํ้าหวานให้ฝูงผึ้ง
ถ้าหากฉันเกิดเป็นเมฆบนนภา จะขอนำความร่มเย็น เพื่อท้องนาจนตลอดไป
แต่ถ้าหากฉันเกิดเป็นคนแล้วก็ขอตายเพื่อนบ้านเกิดเมืองนอนและยินดีที่จะนอนราบลงกับพื้น เพื่อเป็นเส้นทางให้พี่น้องของฉันเดินข้ามไป...”
edit @ 14 Mar 2011 04:43:24 by นิค