เพราะเธอ...คือคำตอบ

posted on 26 Nov 2009 19:17 by madeeggfdd

คือจริงๆเนี่ย ตอนนี้ว่างๆ เพราะเพิ่งจะตัดสินในโดดเรียนวิชา โปรเฟสชันเน่า สกิล ที่เคยบอกไว้ในเอนทรี่ที่แล้ว

คือเพิ่งอาบน้ำเสด กะลังจะมาแต่งตัว แล้วเจ๊คนทำความสะอาดหอ เค้าก็เข้ามาถล่มห้องเราพอดี (แต่ถล่มแล้วห้องสะอาดขึ้น แปลกดี 5555) 

เออก็นั่นแหละ กว่าจะเสร็จ นิคก็สายไปสิบนาทีแล้วครับ

กว่าจะเดินไปอีกก้อสิบกว่านาที...

สรุปแล้วสายไปซักเกือบๆครึ่งชั่วโมงแน่ๆครับ วิชาก็ซากอ้อยอยู่แล้ว โดดเถอะ จริงไหม

 

พอดีว่างๆมานั่งฟังเพลง เปิดไปเรื่อยๆ ก็เจอเพลงชื่อเดียวกับเอนทรี

มันเปนเพลงที่ พี่ยู นักร้องนำวงเราปลิ้มมากๆ พี่เค้าบอกว่า เค้าจะร้องเพลงนี้ในวันแต่งงานของเค้า
(แค่ตอนนี้ยังหาเจ้าสาวไม่เจอ... แต่พี่ยูเค้าบอกว่าเร็วๆนี้แหละ 5555)

วันนี้ก็ไม่รู้เป็นอะไร รู้สึกฟังแล้วเคลิ้มๆ แปลกจริงๆ...แฟนตัวเองยังไม่มีด้วยซ้ำ ไม่ได้อินเลิฟด้วยนะ

แต่เอาว่าเพลงมันเพราะนะ อยากให้ลองฟังกัน

...

...

 

แล้วก็....ดีใจกับทุกคนที่หาคำตอบของตัวเองเจอแล้วนะครับ ^ ^

**เพื่ออรรถรสในการฟัง ลองอ่านเนื้อเพลงข้างล่างตามไปด้วยดูสิครับ

 

เพราะเธอ..คือคำตอบ     Artist Etc.

ก่อนไม่เคยได้รู้ไม่เคยเข้าใจ
กี่ความรักที่ทุ่มเทไป กลับต้องมีน้ำตา
และก็ยังคงถามหัวใจเรื่อยมา
เฝ้ารอคอยไม่รู้เวลา เมื่อไหร่ จะเข้าใจมัน

เธอเองที่เดินเข้ามา
เธอทำให้เชื่ออีกครั้ง
จากใจที่สูญศรัทธากลับมีพลัง

ก็เพราะเธอ...คือคำตอบ
ตอบคำถามที่ค้างในใจ
ว่าความรักแท้เป็นไง

ได้พบเธอแล้วเข้าใจ
จากวันนี้ไม่ขออะไร
แค่ขอได้รักเธอไปเท่านั้น

จากชีวิตที่เหมือนยากเย็นทุกอย่าง
จากชีวิตครึ่งๆกลางๆ ไม่เคยมีจุดหมาย
จากเคยมีคำถามที่ดูมากมาย
สิ่งที่ทำให้ฉันเข้าใจช่างง่ายดายก็คือเธอ

ขอบคุณที่เธอมองมาที่ฉัน
มองมาที่สายตา มองมาที่หัวใจ
เธอทำให้ฝันกลายเป็นจริง
และจะไม่มีวันให้ใครมาแทนที่เธอ

ก็เพราะเธอ...คือคำตอบ
ตอบคำถามที่ค้างในใจ
ให้ฉันได้เจอรักแท้

ได้พบเธอแล้วเข้าใจ
จากวันนี้ไม่ขออะไร
จะขอรัก ขอรัก ขอรัก รักเธอเท่านั้น

เพราะเธอ...คือคำตอบ
ตอบคำถามที่ค้างในใจ
ให้ฉันได้รู้ว่าความรักที่จริงแท้เป็นแบบนี้

ได้พบเธอแล้วเข้าใจ
จากวันนี้ไม่ขออะไร

แค่อยู่ตรงนี้ ได้มีเธอ

 

คำตอบในใจของฉัน...คือ..."เธอ"

 


ก่อนอื่นเนี่ย เราจะเกริ่นก่อน ว่าที่คณะเรา มันมีวิชาชาติหมา อยุ่ซักสองสามวิชา

วิชาแรกเนี่ยชื่อ Professional Skill ชื่อแม่งฟังดูเท่ชิบหาย แต่จริงๆคือฝึกเขียนใบสมัครงาน อ่านบทความ และฝึกทำ power point

วิชาที่สอง คือ Lab คาดว่า น่าจะย่อมาจาก Labour ที่แปลว่าจับกัง (aka กรรมกร)

วิชาจับกัง จะมีคนคุมจับกังอีกที ที่เรียกว่า demonstrator หรือเรียกสั้นๆว่า demon

เดม่อน จะมีหน้าที่ตอบคำถาม ช่วยดูอุปกรณ์ ตรวจสมุดบันทึกของจับกังแต่ละคน 
หน้าที่แรกดูจะ มีประโยชน์ดี แต่เอาจริงๆ เดม่อน ก็ไม่ค่อยจะช่วยเหี้ยไรได้เท่าไหร่

 

....

 

เอาว่าหลักๆเค้าก็จะเดินไปเดินมา แค่นั้นแหละ ชิวชิบหาย

 

....

 

วิชาจังกัง เนี่ยพอครบเดือน มีเรียกเก็บสิ่งที่เรียกว่า Lab(our) Report หรือรายงานจับกัง

รายงานจับกัง จะต้องเปนอะไรที่สวยงามเลิศหรู แน่นอนว่าต้องใช้แรงงานมหาศาลในการประดิดประดอย และมีใบปะหน้าที่มีลายเซ็นของ เดม่อน

วิชาที่สามเนี่ยยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร ยังไม่เจอ แต่เดี๋ยวก็ต้องเจอน่ะแหละ เจอเมื่อไหร่จะบอกอีกที

ที่เกริ่นมาจนน้ำจะท่วมท่าแล้วเนี่ย เพราะว่า วันนี้แม่งเปนวันส่งรายงานห่ารากนี่ไงล่ะ

 

เรื่องมันมีอยู่ว่า เราวางแผนจะไปปริ้น รายงานจับกังที่ห้องสมุดตอนเช้า เสร็จแล้วก็เข้าไปส่งตอนสายๆ หลังจากทำแล็บตอบเช้าเสร็จ

ไอ้ที่ชิบหายก็คือว่า วันนี้เราดันตื่นสายซะงั้น

ทำไงล่ะทีนี้ เราก็ message ไปบอก คู่แล็บเรา ว่าวันนี้เราจะไปช้าหน่อยนะ ขอไปปริ้นรายงานก่อน 

เซฟไฟล์รายงานเป็ดนี่ ใส่ thumb drive เปนที่เรียบร้อย ก็รีบๆจ้ำออกจากหอ 

อ้อใช่ แล้วหอเราเนี่ย แม้ว่ามันจะเป็นหอ มหาลัย แต่แม่งอยุ่ห่างจากมหาลัยประมาณ 0.8 ไมล์ มันคือกี่กิโล ไม่รู้ แต่เหมือนจะประมาณกิโล กว่าๆ ถ้าเดินด้วยความชิวแบบคนทั่วไป ก้อเดินซักประมาณยี่สิบนาที ถ้าเดินด้วยความชิวแบบมากเกินไป อาจจะถึงครึ่งชั่วโมง ถ้าเดินด้วยความไม่ชิวแบบเหี้ยๆ ก็อาจจะประมาณสิบห้านาทีได้

สถิติเร็วสุดที่เราเคยเดินได้คือ 12 นาที

แน่นอน เมื่อตื่นสายแล้วต้องรีบไปปริ้นให้เสร็จ ก่อนที่คู่แล็บมันจะขุดปู่ย่าตายายเรามาสรรเสริญ ก็ต้องเดินด้วยความเร็วเต็มอัตราศึกใช่ปะ

เดินไปถึงห้องสมุดปุ้ป อาห้า แมร่งคอมว่าง เสียบ thumb ไป เตรียมปริ้น ทุกอย่างดูดี ง่ายและดูจะเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

 

แต่โลกความจริงแม่งโหดร้ายเสมอ....

 

Error...(อะไรซักอย่างที่แม่งไม่ค่อยสำคัญ)...need to format

 

ไอ้เหรี้ยยยยยย กุเอางานมาปริ้นนะโว้ยยยย มึงจะให้กุกรึ้มงานตัวเองหรอวะสาดดดดดด

ทำกล้วยไรไม่ได้ สรุปทำไง เก๊าะต้องเดินกลับหอ ทั้งๆที่เพิ่งเดินออกมา แล้วก็นั่งได้แปปเดียว

เชรี่ยเอ้ยยย....ตูดยังไม่ทันอุ่นเลยสรัส

 

เดินกลับไปถึงหอ เวลาผ่านไป ครึ่งชั่วโมงและ....

 

....คู่แล็บมันต้องกำลังด่าบรรพบุรุษกุอยุ่แน่ๆ!!!!

 

เซฟงานเสร็จ เดินกลับไปอีกรอบ เสียพลังคอสโม่ไปมหาศาลพอสมควร เวลาก็หมดไปหนึ่งชั่วโมง
จากเวลาทำแล็บสามชั่วโมง...กุทำแล็บไม่เสร็จแน่ๆวันนี้

ไปถึงปุ้ป คู่แล็บ(ชื่อ รอx)กำลังนั่งชิวๆ ทำแล็บอยู่ ซึ่งก็ดีแล้ว เดี๋ยวแม่งจะไม่เสร็จด้วยกันทั้งคู่  เรามาถึงปุ้ป นั่งหอบลิ้นห้อย แล้วก้อบ่นซากอ้อยที่เพิ่งไปเจอมา แล้ว รอx ก้อบอกว่า 

" เนี่ยนะจิงๆมรึงไม่ต้องรีบไปปริ้นก็ได้ เค้าให้ส่งได้ถึงสี่โมงนู่นแหละ"

"....." ไอ้เยดเหี้ย แล้วทำไมมรึงไม่รีบบอกกุให้เร็วกว่านี้วะะะะะะะ!!!!!!!

 

เสร็จแล้วก็ทำแล็บไปชิวๆ เพราะปกติเค้าจะไม่เก็บสมุดจดแล็บกัน แต่ว่า พอก่อนจะหมดเวลาสิบนาที ไอ้เดม่อน ประจำกลุ่มเรามันก้อเดินมาแล้วก็บอกว่า

"หนูๆ เดี๋ยววันนี้ เฮียจะเก็บสมุดแล็บหนู ไปตรวจนะ แล้วเฮียจะเขียนคำแนะนำมาให้ด้วย ว่าควรจะปรับปรุงยังไงบ้างนะจ๊ะ"

เฮียครับ...คือ...ผมบอกเฮียตรงๆว่างั้นเฮียคงต้องเขียนสมุดของผมซักสองหน้าแล้วแหละ

ไอ้วันที่ผมทำสวยๆ เฮียไม่ยอมมาเก็บ มาเก็บวันที่ผมมาสาย ผมคงจะมีไรเขียนให้เฮียอ่านหรอกครับ

แล้วสุดท้าย กรุก้อทำแล็บไม่เสร็จ ตามคาด แล้วเฮียเดม่อน แม่งก้อเก็บไปตรวจ เจริญจริงๆชีวิตกุ

 

อะทีนี้ ตอนเที่ยงกินข้าวเสร็จ กำลังจะไปส่งรายงานแล็บ ที่เพิ่งปริ้นมา สดๆร้อนๆแล้วเราก็พบว่า

 

ใบปะหน้าแม่งหาย.... ไปไหนวะ

....

แม่งต้องอยู่ในสมุดแล็บกุแน่ๆเลย

....

เหี้ย เดม่อนแม่งเจรือกเก็บสมุดกุซะอีกนะ

....

นี่กุต้องไปเอามาจากแม่งสินะ

 ว่าแล้วก็ ถ่อสังขารไปออฟฟิศ ของเดม่อน แต่เดม่อนไม่อยุ่ครับ

ชิบหายและสิ ทำไงดีล่ะเนี่ย ไอ้ออฟฟิศห่ารากนี่แม่งก้อออฟฟิศรวม แล้วกุจะไปสมุดแล็บกุจากไหนวะ

 มีป้าคนนึงหน้าตาท่าทางใจดี อยุ่ใกล้ตีนเรามากที่สุด เราก็เลยเดินไปหาป้าเค้า ว่าโต๊ะเดม่อนเราอยุ่ตรงไหน

 

ว่าแต่....

 

เดม่อนกุ...มันชื่อไรวะ = =

กุยังไม่รุจักชื่อแมร่งเลย แล้วกุจะไปหาโต๊ะมันได้มั้ยเนี่ย

 

สรุปก็คือ เดินไปเดินมารอบออฟฟิศเค้าอยุ่สองสามรอบ กว่าจะเจอสมุดแล็บเราและเพื่อนๆวางอยุ่ในหลืบๆนึง ซึ่งคาดว่าคงเปนโต๊ะของเดม่อน

แต่ว่า...ไอ้ใบปะหน้า มันไม่ได้อยุ่ในหนังสืออะ....

...

บรรลัยจักรแล้วเด่ะ แล้วมันอยู่ไหนกันวะเนี่ย

 

...

ถ้ามันไม่อยุ่ในกระเป๋ากุ ไม่ได้อยุ่ในสมุดแล็บ มีอยุ่อีกที่เดียวที่มันจะอยู่ได้คือ...หอกุสินะ

...

นี่คือกุต้องเสียพลังคอสโม่ เดินกลับไปหออีกใช่ปะวะ กุเดินไปเดินกลับ สามเที่ยวแล้วนะเหี้ยวันนี้ เที่ยวนึงก็ไม่ใช่ใกล้ๆด้วยสัสเป็ดเอ้ย

....(เดิน)

อะกลับ ถึงหอและ ตอนนั้นเปนเวลาประมาณ บ่ายโมงห้าสิบห้า ได้ข่าวว่า มีเลคเชอร์ช่วงบ่าย ตอนบ่ายสอง
ใบปะหน้าแล็บ อยู่ที่หอ อย่างน้อยแม่งก้ออยู่ทีหอ รอดตัวไป อย่างน้อยกุมีงานส่งและ

อีกห้านาทีจะถึงเลคเชอร์ถัดไป...กุต้องถ่อกลับไปอีกแล้วใช่ปะเนี่

....

แม่งเอ้ยย เซงชิบหาย

......

....

...

..

.

เปิดคอมนั่งอ่านโดเรม่อนดีกว่า

 

 

 

 

 

 

สวัสดี

 

...

 

 ก็อย่างที่จั่วหัวไว้น่ะแหละ

 เผื่อมีบางคน คุยกับนิคแล้วไม่เข้าใจ 

ก็ลองอ่านดู เผื่อจะเข้าใจภาษานิคบ้าง 555555

 

คำแรกเราเสนอคำว่า

 

"กล้วย"

 

กล้วยเป็นคำนาม นะ

กล้วยแปลไทยเป็นไทย ได้ว่า ผลไม้ชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นแท่ง ยาวไม่ยาวแล้วแต่พันธุ์ของกล้วยนั้น

กล้วยสุกมีสีเหลือง กล้วยดิบมีสีเขียว

กล้วยสุกจะหวานเกือบอร่อย แต่แม่งจะเละๆ เราเลยไม่ชอบกิน

ส่วนกล้วยดิบจะชิบหายกว่ากล้วยสุก คือแม่งจะแข็งและขมแบบแห้งๆที่แปลเป็นไทยได้อีกทีว่า ฝาด

สรุปก็คือ จะกล้วยสุกหรือกล้วยดิบ แม่งก็ไม่อร่อยอยู่ดี

 

****มีโรงเรียนชื่อดังแห่งนึง ที่รุ่นพี่รุ่นไหนไม่รุมีไอเดียกระฉูด คิดวิธีการรับน้องแบบนึงขึ้นมา

ไอ้การรับน้องที่ว่าก็คือ เตรียมถาดไว้สองใบ ใบแรกบดกล้วยลงไป ให้เละๆ อีกใบนึงเอาไว้ให้น้องๆถุยกล้วยที่เคี้ยวไว้แล้วประมาณหนึ่งนาทีลงไป

ทีนี้ให้น้องหลับตา แล้วเอาถาดกล้วยที่พี่ๆเอาช้อนบดออกมา น้องๆที่ไม่รู้เท่าทันก็จะคิดว่า นั่นคือกล้วยที่ตัวและเพื่อนๆถุยลงไป เรียกว่า"กล้วยร่วมสาบาน"

แน่นอนพี่ๆก้อต้องให้น้อง...กินดิ น้องหลายๆคนก็เกิดไอเดียปิ๊ง บอกพี่ว่า เป็นโรคภูมิแพ้ แพ้ไรรุปะให้ทาย

 แม่งแพ้กล้วย 

 คือเข้าใจว่าคิดไรไม่ออกกันจริงๆแล้วอะนะ แต่สมมติเราเชื่อตาลุงที่บอกว่า คนวิวัฒนาการ มาจากลิง ถ้ามึงแพ้กล้วยได้นี่ กุนับถือมึงจิงๆมึงคงจะใกล้กลายพันธุ์เปนพวก X-Men แล้วแหละ

(เพิ่งรู้จาก คอมเมนต์แรกว่า มีคนแพ้กล้วยจริงๆ = = ขออภัยคนที่แพ้กล้วยจริงๆด้วยครับ)

 

อะๆกลับมาเข้าเรื่องหลักๆกันต่อ 

กล้วยในอีกความหมายนึง เป็นคำที่ใช้เรียกแทนไอ้นั่นของผู้ชาย ด้วยรูปทรงที่คล้ายๆกัน (และขนาดสำหรับบางกรณี)  ฟังดูจะลดความหยาบสถุลลงได้บ้าง เพราะคนที่โดนด่าว่า "ไอ้กล้วย" ย่อมรู้สึกดีกว่าโดนด่าว่า "ไอ้ค..."

แต่ถ้าดูตามความจริงแล้ว กล้วยแม่งเป็นผลไม้ที่น่ารังเกียจชิบหาย - -  แบบแหยะๆเละๆนิ่มๆ แบบไอ้กล้วยร่วมสาบานข้างบนดูเด่ะ

 

สรุป ถ้าโดนด่าว่ากล้วย...ก้อคิดเอาเองแล้วกันว่า หมายความว่าอะไร มันก็อารมณ์ๆ ไอ้ที่พูดๆมาข้างบนน่ะแหละ

 

 

เข้าใจกันแล้วใช่ปะ ดีมากๆ ฉลาดจริงๆ  

 

เจอกันใหม่โอกาสหน้านะจ้ะ

 

edit @ 5 Nov 2009 00:17:08 by นิค